คำศัพท์เกี่ยวกับสติ๊กเกอร์  



คำศัพท์เกี่ยวกับสติ๊กเกอร์นั้นเป็นที่น่าสับสนเป็นอย่างมาก เนื่องจากสติ๊กเกอร์มีหลายประเภทและมีวิธีการทำที่แตกต่างกัน ดังนั้นคำอธิบายศัพท์ที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้จะทำให้คุณเข้าใจสติ๊กเกอร์เลเบลมากยิ่งขึ้น
 
สติ๊กเกอร์เป็นสื่อทางการค้า ธุรกิจ และการตลาดที่สำคัญอย่างมากสื่อหนึ่งเลย เพราะการทำสติกเกอร์สื่อความหมายเกี่ยวกับองค์กร ผลิตภัณฑ์ สินค้า และทุกอย่างของธุรกิจนั้น ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ เข้าใจ และที่สำคัญสติ๊กเกอร์ที่ดีต้องมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ชักนำให้ผู้พบเห็นจดจำได้ง่าย สติก๊เกอร์จึงไม่ใช่สิ่งที่ติดไว้เพียงเล่น ๆ เท่านั้น การออกแบบที่ดีและลงตัวพร้อมผลิตออกมา จะทำสติ๊กเกอร์ทั้งที่ การเลือกใช้ประเภทสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า เกรดสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า ต้องให้เหมาะสมกับการใช้งาน

คำศัพท์พื้นฐาน
คำศัพท์เหล่านี้คือคำศัพท์เกี่ยวกับสติ๊กเกอร์ที่มักจะใช้แทนกันได้ โดยเราจะยกตัวอย่างว่าสติ๊กเกอร์แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันด้านการใช้งานอย่างไร
วัสดุที่ใช้ติดด้วยแรงสัมผัส: คำนี้เป็นสิ่งที่มักหมายถึงสติ๊กเกอร์หรือเลเบล หรือมักใช้อธิบายกระดาษหรือผลิตภัณฑ์อื่นใดที่สังเคราะห์ขึ้นและยึดติดกับพื้นผิวได้ด้วยแรงกด

  • สติ๊กเกอร์ : หากวัสดุที่ใช้ติดด้วยแรงสัมผัสนั้นใช้เพื่อตกแต่งและสร้างแบรนด์จะเรียกว่าสติ๊กเกอร์  โดยสติ๊กเกอร์มักจะมาในรูปทรงต่าง ๆ
  • เลเบล : หากวัสดุที่ใช้ติดด้วยแรงสัมผัสนั้นใช้เพื่อระบุตัวผลิตภัณฑ์หรือรายละเอียดของผลิตภัณฑ์, ระบุจุดหมายปลายทางที่ของนั้นจะถูกนำส่ง, หรือบอกความแตกต่างของสินค่าในแง่ขององค์กร วัสดุนี้จะเรียกว่าเลเบล (เช่น เลเบลจดหมาย, เลเบลขนาด, เลเบลเบียร์ เป็นต้น…) โดยเลเบลจะมาในรูปแบบแผ่นหรือม้วนก็ได้
  • เลเบล/สติ๊กเกอร์ม้วน : เราสามารถพิมพ์สติ๊กเกอร์หรือเลเบลเป็นแถวยาวติดกันและม้วนรอบแกนทรงกระบอกได้ โดยมักใช้กับเครื่องติดฉลากอัตโนมัติ


คำศัพท์เกี่ยวกับวัสดุ
แนวทางต่อไปนี้จะช่วยอธิบายและจำแนกวัสดุของสติ๊กเกอร์และเลเบลที่แตกต่างกันได้

  • กระดาษ : สติ๊กเกอร์และเลเบลสามารถใช้พิมพ์บนกระดาษที่ติดได้ด้วยแรงกดเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันได้ แต่ด้วยธรรมชาติของกระดาษแล้ว เลเบลเหล่านี้ไม่ได้ผลิตมาเพื่อใช้งานเป็นระยะเวลานานโดยเฉพาะการใช้งานภายนอก เนื่องจากเลเบลกระดาษจะฉีกขาดและย่นเมื่อสัมผัสกับความชื้นเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้เลเบลกระดาษยังมีสีและรูปแบบที่ต่างกันมากมาย (เช่น กระดาษด้าน, กระดาษมันวาว, เป็นต้น…)
  • พลาสติกสังเคราะห์ (โพลีโพรพีลีน, โพลีเอสเตอร์, เป็นต้น..): สติ๊กเกอร์และรูปลอกสามารถพิมพ์ลงบนวัสดุที่ติดด้วยแรงกดที่สังเคราะห์ขึ้นมาซึ่งมักเรียกกันโดยย่อว่า "โพลี" ได้ โดยสติ๊กเกอร์โพลีมีความแข็งแรงและทนทานเช่นเดียวกับไวนิลและมีหลายสี เช่น สีขาว, ใส, เมทัลลิค ฯลฯโพลี
  • BOPP : ย่อมาจาก “ไบ-โอเรียนเต็ด โพลีโพรพีลีน” วัสดุโพลีโพรพีลีนจะถูกยืดออกไปในทิศตั้งฉากในระหว่างกระบวนการผลิตเพื่อให้แน่ใจว่าวัสดุประเภทนี้จะมีรูปทรงแบนเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบสติ๊กเกอร์และรูปลอกได้อย่างเหมาะสม
  • ฟอยล์ : เป็นกระดาษที่มีความไวต่อแรงกดสูงที่เคลือบด้วยชั้นโลหะบาง ๆ โดยวัสดุประเภทนี้มักมีสีเงินหรือทองและมีความทนทานเช่นเดียวกับเลเบลกระดาษแบบอื่น ๆ รวมถึงเหมาะสมสำหรับการใช้งานในร่มหรือการใช้งานระยะสั้น
  • สติ๊กเกอร์สุญญากาศ : สติ๊กเกอร์สุญญากาศถูกสร้างขึ้นโดยการเพิ่มการสุญญากาศลงในวัสดุโพลีโพรพีลีน ทำให้ไม่ต้องใช้กาวในการยึดติดกับพื้นผิวกระจกและทำให้เกิดคราบสกปรกบนกระจก และยังสามารถนำออกและเปลี่ยนตำแหน่งได้หลายครั้ง แต่ภาวะในความเป็นสุญญากาศจะค่อย ๆ หายไปตามกาลเวลา

แบบเคลือบ UV : สติ๊กเกอร์และเลเบลมักจะเคลือบ UV ไว้ โดยเคลือบนี้สามารถเพิ่มเงาให้กับการพิมพ์และเพิ่มชั้นในการปกป้องสติ๊กเกอร์ของคุณ นอกจากนี้การเคลือบ UV บางอย่างจะช่วยป้องกันการขูดขีด และบางอย่างก็ช่วยลดการซีดจางจากการสัมผัสกับแสงแดด
 
แบบเคลือบฟิล์ม : เป็นวัสดุโพลีแบบใสที่มีกาวติดอยู่ด้านหนึ่งเพื่อเพิ่มการป้องกันให้กับสติ๊กเกอร์ การเคลือบจะช่วยป้องกันสติ๊กเกอร์จากความชื้นและการขูดขีด โดยการเคลือบนั้นมีความหนาอยู่หลายระดับและมีรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่มักจะเคลือบแบบเงามากที่สุด
 
แบบมีแผ่นรองหลัง : เป็นสติ๊กเกอร์หรือเลเบลที่มีแผ่นรองหลังติดอยู่ก่อนที่จะใช้งาน โดยแผ่นรองหลังมักมีสีขาวและบริเวณที่ติดกับสติ๊กเกอร์จะเคลือบด้วยแวกซ์ไว้ นอกจากนี้แผ่นรองหลังยังมีความหนาที่แตกต่างกันและมักจะมีการพิมพ์ลายลงบนแผ่นรอง
แบบฉีกและลอก: เป็นสติ๊กเกอร์ที่มีแผ่นรองหลังที่มีรอยตัด ทำให้สามารถลอกสติ๊กเกอร์ออกได้ง่ายในกรณีที่แผ่นรองหลังมีรูปทรงเดียวกับสติ๊กเกอร์ นอกจากนี้ยังมักจะมีการพิมพ์ลายลงบนแผ่นรองแบบนี้อีกด้วย 
 
คำศัพท์ที่เกี่ยวกับการตัดรูปทรง
คำศัพท์ต่อไปนี้คือคำศัพท์ส่วนหนึ่งที่ใช้ในการตัดรูปทรงของสติ๊กเกอร์และเลเบล
  • สแควร์คัท : สติกเกอร์ที่ถูกตัดโดยใช้ใบมีดที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมและสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีมุมแบบคม
  • ไดคัท : เป็นใบมีดที่ประกอบขึ้นเป็นรูปทรงเฉพาะที่ใช้ตัดเพื่อสร้างสติ๊กเกอร์หรือเลเบลตามแบบที่ต้องการ
  • คิสคัท : ใช้วิธีการเดียวกับการตัดแบบไดคัท โดยการใช้ใบมีดที่ออกแบบเองเพื่อตัดสติ๊กเกอร์หรือเลเบลแต่ไม่ตัดผ่านพื้นหลัง ดังนั้นหากตัดสติ๊กเกอร์เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบคิสคัท สติ๊กเกอร์แผ่นนั้นจะสามารถลอกออกจากแผ่นได้โดยยังเหลือแผ่นรองด้านหลังไว้
  • แผ่นสติ๊กเกอร์ยาว : หากเป็นสติ๊กเกอร์แผ่นที่มีการตัดแบบคิสคัทอยู่หลายชิ้น เรามักจะเรียกว่าแผ่นสติ๊กเกอร์ยาว
  • แบบเหลี่ยมมน : เราสามารถตัดสติ๊กเกอร์รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้มีมุมโค้งมนได้ด้วยเครื่องตัดภายในครั้งเดียว หรือบางครั้งก็สามารถใช้ใบมีดในการตัดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกันนี้ได้เช่นเดียวกัน
 
การทำเลเบลแบบม้วน
คำศัพท์ต่อไปนี้คือคำที่เกี่ยวข้องกับเลเบลแบบม้วน
  • เครื่องติดเลเบลอัตโนมัติ : วัตถุประสงค์หลักของการใช้เลเบลแบบม้วนก็คือการที่ทำให้เราสามารถติดเลเบลลงบนสินค้าได้โดยใช้เครื่องจักร
  • การจัด/เรียงตำแหน่งของม้วน : คุณต้องจัดระยะห่างระหว่างสติ๊กเกอร์แต่ละอันและทิศทางของสติ๊กเกอร์อย่างเหมาะสมเพื่อให้เครื่องติดเลเบลอัตโนมัติทำงานได้อย่างเหมาะสม
  • การคลายม้วน : เมื่อคุณจัดทิศทางของของเลเบลในม้วนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับทิศทางที่เลเบลม้วนเข้าแกน
  • แกน : ท่อตรงกลางที่ใช้ม้วนสติ๊กเกอร์
  • บัทคัท : ม้วนเลเบลที่ไม่มีช่องว่างระหว่างเลเบลแต่ละอันแต่สามารถตัดเลเบลแต่ละชิ้นออกจากกันได้โดยใช้ช่องในสติ๊กเกอร์
  • การปรุฉีก (“perfs”) : คุณสามารถตัดเลเบลแบบม้วนด้วยมือได้โดยการทำรอยปรุฉีกเพื่อให้สามารถตัดสติ๊กเกอร์ออกจากม้วนได้ง่าย
  • แผ่นสติ๊กเกอร์เดี่ยว : เราสามารถใช้เครื่องตัดสติ๊กเกอร์ออกจากม้วนได้ โดยสติกเกอร์แต่ละแผ่นจะมีขอบสีดำบาง ๆ อยู่โดยรอบ
 
คำศัพท์เกี่ยวกับกาวยึด
กาวที่นำมาใช้ในการทำสติ๊กเกอร์หรือเลเบลนั้นมีหลายประเภทโดยมีการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละอย่าง และนี่คือกาวยึดที่มักใช้กันมากที่สุด
  • กาวถาวร: เป็นกาวที่มีไว้สำหรับใช้งานเพียงครั้งเดียวโดยไม่ต้องการที่จะลอกออก โดยสติ๊กเกอร์และเลเบลที่มีกาวยึดติดแบบถาวรจะไม่สามารถถอดออกได้ง่ายเมื่อนำไปติดกับพื้นผิวที่สะอาด โดยหากคุณลอกเลเบลออก พื้นผิวจะยังคงเหลือร่องรอยของการลอกไว้
  • กาวแบบยึดติดน้อย: เป็นกาวยึดที่ใช้เพื่อให้ลอกออก เช่น ป้ายราคาและป้ายไซส์ ซึ่งถูกออกแบบให้ใช้งานได้เพียงครั้งเดียว โดยเมื่อถูกลอกออกแล้ว กาวจะไม่มีความเหนียวพอให้ติดใหม่ได้อีกรวมถึงไม่ทิ้งคราบสกปรกไว้บนพื้นผิวด้วยเช่นกัน
  • กาวแบบลอกออกซ้ำได้: กาวประเภทนี้เป็นแบบ "ยึดติดน้อย" และยังมีความแข็งแรงมาก โดยมักใช้กับวัสดุที่มีความยืดหยุ่นได้มาก รวมถึงช่วยให้สติ๊กเกอร์สามารถนำไปใช้และลอกออกได้หลายครั้ง โดยสติ๊กเกอร์บางชนิดสามารถนำไปใช้ใหม่ได้ถึง 100 ครั้ง
  • กาวแบบยึดติดมาก: เป็นกาวที่แข็งแรงมาก เหมาะสำหรับใช้กับพื้นผิวที่ขรุขระและมีรอยเปื้อน โดยสติ๊กเกอร์แบบยึดติดมากมักใช้ในเครื่องจักร, ถังขยะ ฯลฯ...
  • กาวสำหรับแช่แข็ง: เป็นกาวที่ใช้ในอุณหภูมิได้ระหว่าง 50˚F ถึง -20˚F ซึ่งมักใช้ในการติดเลเบลอาหารแช่แข็ง

คำศัพท์เกี่ยวกับการพิมพ์
สติ๊กเกอร์และเลเบลสามารถพิมพ์ได้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน โดยเราจะอธิบายถึงวิธีการพิมพ์สติ๊กเกอร์และเลเบลในหลายรูปแบบตามรายการด้านล่างนี้
  • ดิจิทัล: เครื่องพิมพ์แบบดิจิทัลรุ่นใหม่มีความสามารถที่หลากหลายและสามารถพิมพ์บนวัสดุที่ใช้ทำสติ๊กเกอร์ได้หลากหลายแบบ ในบางครั้งเครื่องพิมพ์ดิจิทัลจะสามารถพิมพ์หมึกสีขาวบนสีอื่น ๆ, สีเมทัลลิคหรือสีใสได้ โดยทั่วไปแล้วสติ๊กเกอร์ที่พิมพ์แบบดิจิทัลสามารถพิมพ์สีทึบหรือรูปภาพที่มีรายละเอียดมากลงไปได้ สติ๊กเกอร์และเลเบลที่พิมพ์ดิจิทัลมักเรียกกันว่า "สติ๊กเกอร์ดิจิทัล" หรือเรียกกันบ่อยว่า "สติ๊กเกอร์สีเต็มรูปแบบ" โดยสามารถตั้งค่าให้พิมพ์แบบแผ่นเดี่ยว, แผ่นยาว, หรือม้วนก็ได้
  • เฟล็กโซกราฟี : การพิมพ์แบบนี้เหมาะสมสำหรับกราฟิกแบบเรียบง่ายเนื่องจากมีการตั้งค่าการพิมพ์ด้วยสีจำเพาะซึ่งเรียกว่าเฟล็กโซกราฟี (หรือเฟล็กโซ) เนื่องจากใช้แผ่นยางหุ้ม (flexed) รอบกระบอกทรงกลมเพื่อพิมพ์สีแต่ละสี โดยการพิมพ์แบบนี้ใช้เพื่อสร้างเลเบลแบบม้วน ซึ่งอาจจะใช้การตัดเป็นแผ่นอย่างรวดเร็วโดยการใช้เครื่องจักรก็ได้
  • ออฟเซต: คุณสามารถใช้เครื่องพิมพ์แบบออฟเซตเพื่อพิมพ์รูปภาพบนสติ๊กเกอร์ได้ และในบางครั้งเครื่องพิมพ์แบบออฟเซตก็เหมาะสำหรับงานที่พิมพ์คราวละมาก ๆ
  • เครื่องสกรีน: เป็นวิธีการพิมพ์ที่ใช้แผ่นผ้าที่ผสมด้วยสารละลายที่ไวต่อการพิมพ์ภาพเพื่อขึ้นบล็อกและสร้างภาพพิมพ์ตามแบบที่ต้องการ โดยวิธีนี้จะช่วยให้สามารถพิมพ์หมึกพิมพ์ที่มีความทนทานต่อรังสียูวีและหมึกเมทัลลิคที่สามารถทำให้สติ๊กเกอร์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นได้
  • แพนโทน (PMS Matching): เป็นการจับคู่หมึกกับสีเฉพาะจากกลุ่มสีแพนโทน โดยมักใช้กับการสร้างแบรนด์
  •  ฮาล์ฟโทน: คุณสามารถพิมพ์สติ๊กเกอร์แบบเฟล็กโซกราฟีและแบบสกรีนเพื่อให้ได้สีที่จางลงโดยการพิมพ์สีลงบนจุดเล็ก ๆ