การเคลือบบนงานพิมพ์
 

การเคลือบงานพิมพ์

งานพิมพ์ต่าง ๆ เมื่อพิมพ์ออกมาแล้ว อาจจะยังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากพิมพ์เสร็จ เพราะยังมีกระบวนการหนึ่งที่ได้รับความนิยมนั่นคือ การเคลือบ ซึ่งการเคลือบคือการทำให้ผิวหน้าของชิ้นงานมีความแตกต่างไปจากเดิม ทั้งยังเพิ่มความสวยงาม ป้องกันการขีดข่วนและป้องกันความชื้นได้อีกด้วย และในบทความนี้เราจะพาไปดู การเพิ่มความโดดเด่นให้สินค้าด้วยการเคลือบงานพิมพ์  จะมีการเคลือบงานพิมพ์แบบไหนบ้าง ไปดูกันเลย !
 
การเคลือบผิวหน้ากระดาษ มีการเคลือบแบบไหนบ้าง ? การเคลือบผิวหน้ากระดาษมีอยู่หลักๆ ดังนี้
 
  1. การเคลือบ UV คือ การเคลือบผิวกระดาษด้วยน้ำยาเงาและทำให้แห้งด้วยแสงยูวี ให้ความเงาสูงกว่าแบบวานิช ลูกค้าของโรงพิมพ์นิยมใช้เคลือบกล่องบรรจุภัณฑ์
  2. การเคลือบ PVC มีแบบเงา คือ การเคลือบผิวกระดาษด้วยฟิล์มที่มีผิวมันวาว ให้ความเรียบและเงาสูง และเงากว่าการเคลือบแบบยูวี แต่ต้นทุนสูงกว่า มีลูกค้าโรงพิมพ์ใช้พอสมควร และการเคลือบ PVC ด้าน คือ การเคลือบผิวกระดาษด้วยฟิล์มพีวีซีที่ด้าน  
  3. การเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV) เป็นการเคลือบเงาเฉพาะบางบริเวณของแผ่นพิมพ์ เช่น ตัวอักษรสำคัญ ภาพที่ต้องการเน้น ลูกค้าโรงพิมพ์มักให้เคลือบ PVCด้านทั้งแผ่นก่อนเคลือบเฉพาะจุด ซึ่งทำให้ชิ้นงานออกมาดูดี
  4. การเคลือบวานิช คือ การเคลือบผิวกระดาษให้เงาด้วยวานิช ให้ความเงาไม่สูงมาก โรงพิมพ์ใช้เพื่อป้องกันหมึกพิมพ์และผิวกระดาษจากการเสียดสีและให้ความเงางาม การเคลือบวานิชด้าน คือ การเคลือบผิวกระดาษด้วยวานิชทำให้ผิวดูด้าน


การเทียบระหว่างงานไม่เคลือบ เคลือบเงา และเคลือบด้าน (ตัวอย่างเป็นงานเคลือบ PVC)




เปรียบเทียบงานเคลือบแบบต่างๆ พร้อมกัน
(เคลือบเงา ไม่เคลือบ และเคลือบด้าน)


การเคลือบแบบต่างๆ ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

การเคลือบ UV

เป็นวิธีการเคลือบผิวกระดาษด้วยน้ำยาเงา แล้วผ่านกระบวนการทำให้แห้งด้วยแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ซึ่งให้ความสวยงามที่สม่ำเสมอ ป้องกันรอยขีดข่วนและเพิ่มความคงทนต่อ สามารถเคลือบบนกระดาษบางมากๆ ได้ มีทั้งแบบด้านและแบบเงา แต่ที่นิยมคือการเคลือบ UV เงา ส่วนการเคลือบ UV ด้านจะเห็นกันน้อยมากๆ เพราะเห็นไม่ชัดเท่ากับการเคลือบลามิเนตด้าน ดังนั้นเมื่อพูดถึงการเคลือบ UV คนส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจกันว่าเป็นแบบเงานั่นเอง ลักษณะงานเคลือบ UV เงา ที่ได้ผิวสัมผัสก็จะเงา เลื่อมๆ อย่างชัดเจน งานพิมพ์ที่เหมาะสำหรับการเคลือบ UV อย่างเช่น แผ่นพับ โบรชัวร์ ฉลากสินค้า กล่องบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

ข้อดีของการเคลือบUV
  • กำลังการผลิตสูง คือผลิตได้จำนวนมาก แต่ใช้เวลาเคลือบน้อย ราคาการเคลือบ UV จึงถูกกว่าเคลือบลามิเนต
ข้อเสียของการเคลือบUV
  • งานพิมพ์จะมีกลิ่นเหม็น ควรหลีกเลี่ยงการใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารและยา
  • งานเคลือบ UV ชั้นฟิล์มของน้ำยาจะหนามาก ทำให้เวลาพับ หรือเข้าสันปก จะทำให้เกิดรอยร้าวของน้ำยาได้


การเคลือบแบบ PVC หรือ การเคลือบลามิเนต

เป็นการเคลือบที่จะใช้กาว หรือความร้อนอัดฟิล์มแผ่นบางๆ ความหนา 0.05 มิลลิเมตร ( 5 ไมครอน)ให้สามารถติดที่ผิวงานพิมพ์ได้ เราสามารถเลือกแบบเงาหรือแบบด้านก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วการเคลือบ PVC มักนิยมเลือกพิมพ์แบบด้านกันเป็นซะส่วนใหญ่ ข้อดีของการเคลือบฟิล์มลามิเนตก็คือ การทำให้มูลค่าของชิ้นงาน งานพิมพ์ กล่องบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ นั้นก็จะมีความดูหรูดูดี สามารถที่จะช่วยทำให้การขนส่งหรือการจำหน่ายสินค้าต่างๆ ก็สามารถที่จะทำให้เพิ่มมูลค่าได้เยอะเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้การเคลือบฟิล์มต่างๆ ที่บรรจุภัณฑ์ของเรานั้น ก็จะสามารถกั้นน้ำได้ดีเพราะฟิล์มแทบทุกชนิดนั้นก็สามารถที่จะป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้อีกด้วย แถมยังเป็นการเพิ่มความหนาและความแข็งแรงต่างๆ ให้กับชิ้นงานของเราได้ในระดับหนึ่ง การเคลือบ PVC มีทั้งแบบเคลือบ PVC เงา และเคลือบ PVC ด้าน  เคลือบลงบนกระดาษทั่วทั้งแผ่นงาน เพื่อเพิ่มความเหนียวของกระดาษ  โดยมีกาวเป็นตัวประสาน สามารถทำการเคลือบชิ้นงานพิมพ์ได้ทั้งสองด้านสำหรับป้องกันการฉีกขาดของงานพิมพ์ ช่วยในเรื่องของการกันความชื้น หรือกันการซึมผ่านของน้ำได้อย่างดี และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับงานพิมพ์
อย่างไรก็ตามนั้น ถ้าเราจะมาพูดถึงข้อเสียของการเคลือบแบบ PVC กันนั้นแน่นอนราคาในการเคลือบฟิล์มชนิดนี้นั้นก็จะมีราคาที่สูงเป็นอย่างมาก และไม่สามารถที่จะเคลือบลงบนกระดาษที่บางมากๆ ได้ ติดกาวก็ยาก ในการเคลือบฟิล์มนั้นก็จะต้องใช้คู่กับกาวร้อนเท่านั้น โดยงานที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีการเคลือบฟิล์มลักษะแบบนี้นั้นก็น่าจะเหมาะกับพวก สติ๊กเกอร์ต่างๆ ปกนิตยสาร สื่อโฆษณาจากภายนอก กล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น  

การเคลือบพีวีซีเงา (PVC เงา) เป็นการเคลือบผิวกระดาษด้วยฟิล์มพีวีซีที่มีผิวมันวาว ที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความคงทน ทนทานต่อการฉีกขาด ความเรียบและความเงาสูงกว่าการเคลือบยูวี แต่การเคลือบเช่นนี้จะมีต้นทุนสูง การเคลือบพีวีซีเงา (gloss PVC film laminating) เป็นการเคลือบที่ไม่ใช่สารเคลือบเหลวแต่เป็นการเคลือบผิวชิ้นงานด้วยแผ่นฟิล์มพีวีซีที่มีความหนาและคุณสมบัติที่ต่างกันๆ แต่ส่วยใหญ่เลือกใช้แผ่นฟิล์มที่มีความมันวาว เป็นการยึดติดชิ้นงานพิมพ์ในรูปแบบการลามิเนตซึ่งจะทำให้งานที่ผ่านการประกบติดฟิล์มมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความคงทน ความเรียบและความเงามากกว่าการเคลือบแบบสารเคลือบเหลวประเภทอื่นแต่มีข้อเสียในเรื่องต้นทุนจะสูงกว่างานพิมพ์ที่เหมาะสำหรับการเคลือบพีวีซีเงา อย่างเช่น ปกนิตยสาร สติ๊กเกอร์ บรรจุภัณฑ์ สื่อโฆษณาต่าง ๆ

การเคลือบพีวีซีด้าน (PVC ด้าน) เป็นการเคลือบผิวกระดาษด้วยฟิล์มพีวีซีที่มีผิวด้าน ไม่มันวาวเหมือนแบบ PVC เงา แต่สามารถมองผ่านทะลุถึงภาพพิมพ์ได้ และมักจะทำเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV) ควบคู่ไปด้วย ทำให้ชิ้นงานมีมิติเพิ่มมากขึ้น และการเคลือบชนิดนี้เป็นที่นิยมกันมาก งานพิมพ์ที่เหมาะสำหรับการเคลือบพีวีซีด้าน อย่างเช่น การ์ดแต่งงาน นามบัตร สื่อโฆษณาต่าง ๆ
 
ข้อดีของการเคลือบPVC/ลามิเนต
  • ช่วยเพิ่มมูลค่างานพิมพ์ให้ดูหรูมีระดับ ช่วยในเรื่องของการกันความชื้น หรือ กันน้ำได้ดี เพราะฟิล์มที่ใช้มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้ และช่วยเพิ่มความหนาและความแข็งแรงให้กับงานพิมพ์ได้ในระดับหนึ่ง

ข้อเสียของการเคลือบPVC/ลามิเนต
  • คิดราคาเป็นตารางนิ้ว ราคาค่อนข้างสูง ไม่สามารถเคลือบลงบนกระดาษบางมากๆได้ ปะกาวติดยาก หากบริเวณชิ้นงานที่ต้องการทากาวมีการเคลือบฟิล์มอยู่จะต้องใช้กาวความร้อนปะเท่านั้น

การเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV)

เป็นการเคลือบเงาเฉพาะจุดของงานพิมพ์ เช่น ตัวอักษรบางจุด ภาพที่ต้องการเน้น โลโก้ เป็นต้น ซึ่งจะนิยมเคลือบ PVC ด้านทั้งแผ่น ก่อนการเคลือบ Spot UV เฉพาะจุด เพราะจะทำให้งานออกมาดูดีกว่าการ Spot UV เพียงอย่างเดียว งานพิมพ์ที่เหมาะสำหรับการเคลือบเงาเฉพาะจุด อย่างเช่น นามบัตร โปสการ์ด การ์ดแต่งงาน ปกหนังสือ แพ็คเกจจิ้งต่าง ๆเป็นการเคลือบชิ้นงานด้วยสารเคลือบที่แห้งตัวด้วยแสงอุลตร้าไวโอเล็ต เมื่อแห้งตัวแล้วจะสะท้อนแสงได้มากขึ้น แต่เป็นการเคลือบเฉพาะจุดที่ต้องการ ไม่ได้เคลือบเต็มแผ่น วิธีการเคลือบจะถ่ายทอดสารเคลือบผ่านแม่พิมพ์ เช่น ระบบสกรีน ระบบออฟเซ็ต หรือระบบอื่นๆ ซึ่งนิยมใช้กับงานที่ต้องการเน้นความเงาให้บางบริเวณของชิ้นงาน เช่นโลโก้ ตัวอักษร ในบางครั้งจะใช้ควบคู่กับชิ้นงานที่ผ่านการลามิเนตกับแผ่นฟิล์มด้านเพราะจะดูเด่นมากยิ่งขึ้นอีกทั้งสารเคลือบที่แห้งตัวด้วยแสงอุลตร้าไวโอเล็ต สามารถยึดเกาะบนวัสดุพีวีซีได้

ข้อดีของการเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV)
  • ช่วยให้สามารถเน้นส่วนที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นอักษร หรือ รูปภาพที่ต้องการ เพิ่มความโดดเด่นให้กับงานพิมพ์
 
ข้อเสียของการเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV)
  • มีกลิ่นค่อนข้างแรง และราคาจะสูงกว่าการเคลือบ UV ทั้งแผ่น เนื่องจากจะต้องมีการทำบล็อกที่ใช้สำหรับการเคลือบ Spot UV เฉพาะจุด

เคลือบวานิช

การเคลือบงานพิมพ์แบบวานิช คือ การเคลือบโดยการใส่น้ำมันวานิชลงไปในรางหมึกพิมพ์ แล้วปล่อยให้ไหลลงไปเคลือบผิวกระดาษ การให้เงาด้วยวานิชให้ความเงาไม่สูงมาก การเคลือบวานิชมี 2 แบบคือ แบบเงา และ แบบด้าน ใช้เคลือบกระดาษเพื่อป้องกันหมึกพิมพ์และกระดาษจากการเสียดสี ให้ความเงางาม แต่ความเงาไม่สูงมากนัก
การเคลือบวานิชเงา (glossy coating) เป็นการเคลือบผิวกระดาษเพื่อปัองกันการขัดถูและเสียดสีรวมทั้งให้เกิดความเงา เพราะตัววานิชทีใช้ไปเพิ่มค่าการสะท้อนแสงที่มาตกกระทบบนชิ้นงาน เกิดการสะท้อนแสงใส่ตาเวลามองมากขึ้น ค่าความเงาก็มากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังจัดเป็นการเคลือบที่ให้ความเงาไม่สูงมาก
การเคลือบวานิชด้าน (matt coating) เป็นการเคลือบผิวกระดาษเพื่อปัองกันการขัดถูและเสียดสีด้วยวานิชที่มีคุณสมบัติแห้งตัวแล้วลดการสะท้อนแสงที่ตกกระทบบนงานพิมพ์ทำให้เกิดความเงาลดลง แต่ในปัจจุบันงานบรรจุภัณฑ์บางประเภทใช้การเคลือบรูปแบบนี้เพื่อให้ดูชิ้นงานดูราคาแพงขึ้น
 
ข้อดีของการเคลือบวานิช
  • ป้องกันหมึกพิมพ์และผิวกระดาษจากการเสียดสีและให้ความเงางาม
 
ข้อเสียของการเคลือบวานิช
  • ระยะเวลาในการแห้งตัวของวานิชค่อนข้างช้า และงานที่ถูกเคลือบด้วยวานิชนาน ๆ ไปจะออกสีเหลือง

ทั้งหมดนี้คือการเพิ่มความโดดเด่นให้สินค้าด้วยการเคลือบงานพิมพ์ ดังนั้นเมื่อเราทราบแล้วว่าการเคลือบงานพิมพ์มีแบบใดบ้าง และแต่ละแบบให้ความแตกต่างกันไป เราก็จะสามารถเลือกการเคลือบตามจุดประสงค์ที่เราต้องการใช้งานได้ และยังเพิ่มความสวยงามให้กับงานพิมพ์นั้น ๆ ได้อีกด้วย